project
sweden
america
cambodia
timor leste
bangkaladesh
nepal
myanma
ASEAN
india
indonesia
malaysia
peace
UNDP
JICA
joint for developer
donor
meeting
seminar
conference forum
October 9, 2009 -- Updated 2133 GMT (0533 HKT)
Analysis: Obama benefits from 'not Bush'

document.write(cnnRenderT1TimeStamp(1255119856491));

Analysis: Obama benefits from 'not Bush'

Some European commentators say President Barack Obama was made Nobel Peace Prize winner for creating new hope -- and in effect, for not being Bush. They say he deserves a badge for effort but the award is too much, too soon. full story
 
 

 You look inside my blog and web page then you get nice idea for create your work..right? Reason and perfect Passion separate and spread out overhere..or not? so after find the right things overhere..after create your job..remind me? On your Top of Pleasure,Innovate,Creative and Entrusiasm,you always think about our Consult Arousing ,Inspiration and Motivating!!!!!!!!!!! so Push up your potential here!..After your success..please do not forget that Rule of Law only for control people in good side of behaviors ,but all behaviors must be under control of Aspiration in Morality concept also..Please use the power you get here to heal and safe the world...ok?

Donate for me click here

contact usbirdmydog@gmail.comcontact us
ghost
eco borad wink
 

ASPIRATIONLAW

index hereindex here for HOME

international relation stuff!!!live in asdang road for year.

http://magnets.cafepress.com/item/viking-life-magnet/27266521http://www.buddharam.se/

moosemoose...mooseeemee and my Moose....

 

http://www.eikongraphia.com/?p=2102

 

เลขที่โครงการ                   

ชื่อโครงการ                 โครงการแลกเปลี่ยนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ (ไทย- สวีเดน)  
                                          (Thailand – Sweden  Community  Leader  Exchange  Program : CLEP )
หน่วยงานรับผิดชอบ    กรมการพัฒนาชุมชน    กระทรวงมหาดไทย
        …………….………………………………………………………………………………………………………….

  1. หลักการเหตุผล

กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงมหาดไทย  กรมการพัฒนาชุมชน  จึงได้กำหนดภารกิจในการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างระบบบริหารจัดการชุมชน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ประการหนึ่งจะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง  ประชาชนพึ่งตนเองได้ ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุข คือ  การเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำชุมชน
                       การที่ชุมชนมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาหรือดำเนินการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการประชาชน โดยประชาชนเป็นผู้ดำเนินการภายใต้  การนำของผู้นำชุมชน  ผู้นำองค์กร  และผู้นำเครือข่ายในชุมชนนั้นๆ  ตามหลักการ “ประชาชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” จำเป็นต้องพัฒนาคนในชุมชนให้มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพ  เนื่องจาก “ คน ” เป็นองค์ประกอบหลักของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำชุมชน ผู้นำองค์กร และผู้นำเครือข่ายที่มีความรู้ ความสามารถ              มีวิสัยทัศน์และมีประสบการณ์ในการทำงาน  รวมถึงการเป็นผู้นำที่มีความเสียสละ  มีจิตสาธารณะ  ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลไปสู่การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน ในหมู่บ้าน ตำบล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายชุมชนเข้มแข็ง  สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
ปัจจัยสำคัญพื้นฐานเพื่อให้ได้ผู้นำชุมชน ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงานชุมชน จำเป็นต้องให้ความสำคัญต่อการสร้างหรือการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่หรือคนวัยหนุ่มสาวที่จะก้าวเข้ามาสู่การเป็นผู้นำชุมชนมืออาชีพในอนาคต และจะเป็นการเสริมสร้างและทดแทนผู้นำชุมชนรุ่นเก่า ที่หมดวาระการทำงานลง เป็นการช่วยขจัดปัญหาการขาดแคลนผู้นำชุมชนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถตอบสนองต่อความสำเร็จชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย
                    ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นจังหวัดให้ความสำคัญต่อการสร้างและการเตรียม
ความพร้อมให้กับผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี   ได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง  พัฒนาภาวะผู้นำ
และผู้ตามที่ดี  สั่งสมประสบการณ์การทำงาน  สร้างจิตสาธารณะให้เพิ่มมากขึ้น   กรมการพัฒนาชุมชน
ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้นำ องค์กร และเครือข่ายให้มีความเข้มแข็ง
สามารถบริหารจัดการชุมชนได้   จึงได้จัดทำโครงการแลกเปลี่ยนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ (ไทย – สวีเดน)                      เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่  ชุมชน และประเทศชาติ  ต่อไป

 

  1. วัตถุประสงค์
    1. เพื่อสร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่  ให้ได้พัฒนาตนเอง  พัฒนาภาวะผู้นำและผู้ตามที่ดี

มีคุณธรรมและจริยธรรม มีประสบการณ์การทำงาน  และสามารถก้าวขึ้นสู่ผู้นำชุมชนต่อไป

    1. เพื่อให้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่  ได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา

ชุมชน  โดยประสานการทำงานร่วมกับกลุ่ม องค์กร และเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน  (ศอช.)

    1. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่  ได้เรียนรู้เข้าใจถึงสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม

และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ของประเทศสวีเดน  สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาตนเอง  ชุมชน  ประเทศชาติ  ได้อย่างเหมาะสม

  1. เป้าหมาย
    1. สร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ในชนบท   ที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี ให้มีส่วนร่วมในการขับ

เคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำชุมชน ต่อไป 
                    3.2  ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการฯ ร่วมกับประชาชน  กลุ่ม  องค์กรต่างๆ ร่วมเป็นกลไกในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนของจังหวัดพื้นที่โครงการ

  1. ขั้นตอนการดำเนินโครงการ
    1. จัดประชุมระดับเจ้าหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชนและองค์การเพื่อการแลกเปลี่ยน

เยาวชนนานาชาติแห่งประเทศสวีเดน  (Centre  for International  Youth  Exchange  : CIU) เพื่อหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการ

    1. จัดประชุมระดับบริหารระหว่างกรมการพัฒนาชุมชนและองค์การเพื่อการแลกเปลี่ยน

เยาวชนนานาชาติแห่งประเทศสวีเดน (Centre  for International Youth Exchange  : CIU)  เพื่อหาข้อสรุปในการจัดทำโครงการ

    1. จัดทำโครงการ  เสนอขอรับการอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
    2. ขอรับมติคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินโครงการฯ
    3. กรมการพัฒนาชุมชนลงนามในพิธีสารข้อตกลง (Protocol Agreement) ร่วมกับองค์การ CIU
    4. กรมการพัฒนาชุมชนและองค์การ CIU ร่วมดำเนินงานตามโครงการฯ  ต่อไป
  1. วิธีการดำเนินงาน
    1. สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด  ดำเนินการคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่เบื้องต้นจังหวัดละ

4  คน  ส่งให้ศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขต ( ศพช.เขต)  เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ระดับเขต  ให้เหลือเขต ละ 9  คน  และส่งให้กรมฯ  ดำเนินการคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย ต่อไป

    1. กรมการพัฒนาชุมชน  ดำเนินการคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ระดับกรม ให้เหลือ จำนวน 24  คน
    2. กรมการพัฒนาชุมชน  ดำเนินการปฐมนิเทศผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ที่ได้รับการคัดเลือกฯ

เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการฯ  

 

                   5.4  กรมการพัฒนาชุมชน  คัดเลือกและดำเนินการปฐมนิเทศพี่เลี้ยงกลุ่มโครงการก่อนเข้าร่วมโครงการฯ
 5.5 เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการฯ  ได้แลกเปลี่ยนและ เรียนรู้ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต  การพัฒนาสิ่งแวดล้อม  การเป็นผู้ประกอบการ  รวมทั้งระบบและวิธีการพัฒนาชุมชน  โดยให้พำนักกับครอบครัวรับรองในพื้นที่โครงการฯ  ในภาคประเทศไทยและประเทศสวีเดน
                   5.6  ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย  ได้นำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ  ไปประชาสัมพันธ์  ถ่ายทอด  แลกเปลี่ยน  และประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านอาสาสมัครและงานพัฒนาชุมชนร่วมกับหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ในชุมชน  รวมทั้งนำความรู้ด้านการประกอบการที่ได้รับจากโครงการฯ  ไปพัฒนาอาชีพของครอบครัวและกลุ่มอาชีพในชุมชน ต่อไป
5.7  ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย – สวีเดน  แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
วิถีชีวิตและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในภาคประเทศไทยเรียนรู้  การมีส่วนร่วมขององค์กรภาคประชาชนและการเชื่อมโยงเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.)

    1.  เมื่อจบโครงการฯ ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการ

เข้าร่วมโครงการฯ  ไปถ่ายทอดและสรุปบทเรียนร่วมกับเครือข่าย  ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ ในจังหวัดภูมิลำเนา  เป็นการสรุปองค์ความรู้ เพื่อประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนการทำงานของเครือข่าย โดยประสานงานกับศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) ต่อไป

  1. กิจกรรมโครงการ
    1. การคัดเลือกพี่เลี้ยงกลุ่มโครงการไทย
    2. การปฐมนิเทศพี่เลี้ยงกลุ่มโครงการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการฯ

                   6.3  การคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย ระดับเขต และระดับกรม
                   6.4  การคัดเลือกพื้นที่โครงการฯ  ภาคประเทศไทย
                   6.5  การคัดเลือกครอบครัวรับรอง
                   6.6  การประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมพื้นที่โครงการฯ
6.7 การปฐมนิเทศผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการฯ
6.8 การปฐมนิเทศผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย -สวีเดน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วม
โครงการฯ  ภาคประเทศไทย

    1. พิธีเปิดโครงการฯ  ภาคประเทศไทย และการส่งมอบโครงการ  ณ  พื้นที่โครงการฯ  

ภาคประเทศไทย
6.10 การปฏิบัติงานตามโครงการฯ ของผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย -สวีเดน  ในภาคประเทศไทย
และภาคประเทศสวีเดน   ดำเนินการภาคประเทศละ ประมาณ 80  วัน         

6.11 การตรวจเยี่ยมโครงการฯ  ภาคประเทศไทย
6.12 การประชุมครึ่งโครงการผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย-สวีเดน
6.13 การประชุมครึ่งโครงการครอบครัวรับรอง
6.14 การประชุมครึ่งโครงการพี่เลี้ยงกลุ่มโครงการไทย - สวีเดน
6.15 การสรุปผลการเรียนรู้และพิธีปิดโครงการฯ
6.16 การประเมินผลโครงการฯ
6.17 การตรวจเยี่ยมโครงการฯ  ภาคประเทศสวีเดน
7  งบประมาณดำเนินการ

    1. ใช้งบประมาณการดำเนินกิจกรรมตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน

ประจำปี  2552  ผลผลิตที่ 1  :  ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้   กิจกรรมหลักที่ 2 :  พัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน  ตัวชี้วัดที่ 8 : กิจกรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์  (ตามเอกสารแนบท้าย)
7.2  งบประมาณ 2552   จำนวนเงิน 3,985,000 บาท  (สามล้านเก้าแสนแปดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)       

    1. กรมฯ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภาคประเทศไทย  เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก

และค่าบัตรโดยสารเดินทางระหว่างประเทศของผู้เข้าร่วมโครงการไทยทุกคน และ ใช้จ่ายอื่นๆ

    1. องค์การ CIU รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในภาคประเทศสวีเดน  เช่น ค่าอาหาร

ค่าที่พัก  และค่าบัตรโดยสารเดินทางระหว่างประเทศของผู้เข้าร่วมโครงการไทยทุกคน และ ใช้จ่ายอื่นๆ

  1. ระยะเวลาดำเนินการ

พฤศจิกายน  2551 -  กรกฎาคม  2552  (รายละเอียดตามปฏิทินการดำเนินโครงการฯ แนบท้าย)

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ

กรมการพัฒนาชุมชน 

  1. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
    1. ด้านผลผลิต

ได้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ จำนวน  24 คน ที่มีความรู้ มีทักษะ มีมุมมองกระบวนทัศน์ใหม่
มีแรงบันดาลใจ ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของตน และพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ-ชุมชนมืออาชีพต่อไป

    1.   ด้านผลลัพธ์

                            1) ชุมชนพื้นที่โครงการฯ ในภาคประเทศไทย  ได้รับการกระตุ้น และเกิดแรงบันดาลใจ    ที่ทำให้คนในชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อชุมชนสูงมากขึ้น  รวมทั้ง เกิดความรักความผูกพันต่อชุมชน และจังหวัดมากขึ้น
2) มีความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดี ระหว่างประเทศไทยและประเทศสวีเดน
3) ประเทศไทยได้ประชาสัมพันธ์ประเทศ ในด้านต่างๆ เช่น ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ประเพณี   วิถีชีวิต  ผลิตภัณฑ์ OTOP  เป็นต้น 

  1. ตัวชี้วัดโครงการ
    1.   ร้อยละ 85 ของผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย  ที่เข้าร่วมโครงการฯ  สามารถพัฒนาศักยภาพ

ตนเองเพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำชุมชนได้
                    11.2  ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่เข้าร่วมโครงการฯ   เข้าร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนของจังหวัดพื้นที่โครงการ

ผู้เสนอโครงการ

 

                                                                                                                                                                                                                                              (นายปรีชา   บุตรศรี)                  
                                                                                        อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน     

ผู้เห็นชอบโครงการ

 

          (นายสุพล   ฟองงาม )

    รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ผู้อนุมัติโครงการ

 

                                                                            พล. ต. อ.
                                                                                                    (โกวิท   วัฒนะ)

  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

 

 

โครงการแลกเปลี่ยนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ (ไทย- สวีเดน)  
                                          (Thailand – Sweden  Community  Leader  Exchange  Program : CLEP )

moosetop two

OH MY GOD ..I LOSS FROM TOP THREE ALTHOUGH MY ACCUMULATIVE ENGLISH SCORE TEST ON TOP TWO!!!

MAYBE I BE TOURIST OR OTHER STATUS BETTER!!FOR SCANDENEVIEN..

 

HOPE TO BE FLYING TO TOUCH MY MOOSE...NOT THIS TIME..BUT STILL BE ADVANTAGE IN LONG LIFE!!!
really i feel surprize just time that first pronounce about norminee in affialiate for this CIU program to sweden thai project...why little small norminee from cdd officials around thailand..only 11 norminees ...also qualify objective full cover more than 1000 persons of personel in our CDD
really ..maybe it is low chance to be elect or not???
many process of this selection program full in paper exam in english and interview about some content and vision of this program and some ploblem interview and activities about adolescense ploblems about confuse developt behaviour and wrongful acts and liability for compensate in past about 15 years passed...many wrongful acts happened..!!!also about normal behaviour in teenage developtment like every be in this world..
protect better than relief pain after wrongacts ...everybody knew..but may be compensate is only last choise about theses thing in our culture...really many ploblems in teenage about drug ..sex..agressive ..break moral or other..s
cross cultural between the rich country and development country are very high gap...we still dump into the routine about self personal profit...public profit or public damage for realize still be out of reach???and reall still be accuse about bad in control in corruption...the rich sweden country is push on top of clean country in this world!!!corruption is not in thier mind!!!self regulation about control in greedy about public benefit for self are deep inside subconciouse...right or wrong???
our personel...all youth and affiliate are in high standard like thier country???
low chioses select from field about this...because accuse about tough to get the appropriate some???
really all english skill can train and practice...i do about IQ and aptitude test in english quick reading and listening test by english institue from foriege affairs(DTEC TEST)that u can look for old test in website like this link..http://dmcr.foreign.tripod.com/id11.htmlor this link for more test
really our CDD in rural can pass !!!if more hard training about this test or other ways..
i think that next time about a lot of our CDD scholarships for official abroad be more choises of selection personel than this...
maybe more choises next time...really scandinevien are nice zone for tourists also...hope i be travel around in next opportunity..tourist or other status...lol

sugarcane in bad smell day...

loss

 

http://www.waymarking.com/waymarks/WM41Y9

 

 

 

 

Carl XVI Gustaf (Carl Gustaf Folke Hubertus) (born April 30, 1946), styled His Majesty The King, is the King of Sweden. He acceded to the throne on September 15, 1973, upon the death of his grandfather, King Gustav VI Adolf.

The king married Silvia Sommerlath on June 19, 1976.

They have three children:

  • HRH Princess Victoria, Crown Princess of Sweden, Duchess of Westrogothia (1977- )
  • HRH Prince Carl Philip, Duke of Wermelandia (1979-)
  • HRH Princess Madeleine, Duchess of Helsingia and Gestricia (1982-)

The King's duties, according to the constitution, are of a representative and ceremonial nature. He pays State Visits abroad and receives those to Sweden, opens the Annual Session of the Parliament, Chairs the Special Council held during a change of Government, holds regular Information Councils with Ministers, Chairs the meetings of the Foreign Affairs Council, and receives and signs credentials of foreign ambassadors to Sweden - and signs those of Sweden to other countries. The King holds the highest ranks in the three branches of the Swedish Armed Forces.

The King is passionate about the environment, technology, agriculture, trade, and industry.

He is the protector of the Swedish Royal Academies, and takes active part in the proceedings of a few of them. He also is the Honorary Chairman of the World Scout Foundation, and often participates in scout activities both in Sweden and abroad.

Worldwide, Carl XVI Gustaf is probably best known as the presenter of the Nobel Prizes each year. He also hands over the Polar Music Prize.

back to top

King Carl XVI Gustaf
Click to Enlarge

 

   

Her Majesty Queen Silvia of Sweden (Silvia Renate Bernadotte, née Sommerlath, born 23 December 1943) is the wife of King Carl XVI Gustaf, Sweden's monarch, and the mother of the heir apparent to the throne, Crown Princess Victoria. She is styled Her Majesty the Queen and is in Sweden most often referred to as Queen Silvia.

Before her marriage to the king of Sweden, Silvia Sommerlath worked at the Argentinian Consulate in Munich, was an educational host during the 1972 Summer Olympics in Munich, and served as the Deputy Head of Protocol for the Winter Games in Innsbruck in Austria. She also was briefly a flight attendant.

She is an educated interpreter and speaks six languages: Swedish, German, French, Spanish, Portuguese, and English. She also is largely fluent in sign language for the deaf.

Though initially cool to the idea of a commoner queen, the Swedish press quickly warmed to Queen Silvia and soon began publishing admiring articles about how easily she fit into the country's expectations of queenly deportment. On the occasion of the Queen's 50th birthday, she had revived the popularity of the monarchy. 'With Silvia, the republic died.'

back to top

Queen Silvia of Sweden
Click to Enlarge

   

Crown Princess Victoria of Sweden (Victoria Ingrid Alice Désirée) (born July 14, 1977), Duchess of Västergötland, is the heir apparent to the Swedish throne. She is the eldest child of King Carl XVI Gustaf and Queen Silvia, and belongs to the House of Bernadotte. She is, currently, the only female heir apparent in the world (though there are several females who are heirs-apparent of an heir-apparent) and is usually styled HRH the Crown Princess. She is currently 184th in the Line of Succession to the British Throne through her father who is a great-great-grandson of Queen Victoria of the United Kingdom.

In addition to her studies, Victoria has worked as a trainee at the United Nations in New York and at the Swedish Embassy in Washington, DC, and she has also participated in a three week introductory course to the Swedish Defence Forces that aims to prepare its participants for international missions. Victoria has also studied conflict solving and international peacekeeping, completed an educational programme with the SIDA, Swedish International Development Agency, interned at the Swedish Trade Council in Berlin and Paris, and studied forestry and agriculture.

back to top

Crown Princess Victoria of Sweden
Click to Enlarge

http://www.missmaud.com.au/TopLinks/whatsnew/tabid/64/ArticleID/7/Default.aspx  


« more newshttp://

 

 

www.sweden.se/templates/cs/FactSheet____16296.aspx

 

The history of Sweden

Fourteen thousand years ago the whole of the present country of Sweden was covered by a thick ice cap. As the ice slowly retreated, man came to Sweden and the first known human dwelling place, which has been found in southern Sweden, dates from around 12000 BC.

It is clear that from the period 8000 to 6000 BC the country as a whole began to be populated by peoples who lived by hunting and fishing and who used simple stone tools. Dwelling places and graves dating from the Stone Age, which is generally regarded as lasting until about 1800 BC, are being found in increasing numbers. Stone tools became more sophisticated during that period, which was succeeded in the Nordic region by the Bronze Age from 1800 to 500 BC. This period gets its name from the bronze weapons and religious objects that characterize the archaeological discoveries dating from these centuries, even though stone tools continued to dominate everyday life. The Bronze Age is marked in the Nordic region, especially in Denmark but also in Sweden, by a high level of culture, as is shown, for example, by the artifacts found in graves. After about 500 BC such artifacts become more rare as iron began to be more generally used. During the Early Iron Age (500 BC–400 AD), the period of the great migrations (400–550) and the Vendel period (550–800) – so named because of the magnificent boat graves foundat Vendel in the province of Uppland –the population of Sweden became a settle done and agriculture came to form the basis for the economy and for society.

The Viking Age and Early Christianity

 The Viking Age, 800–1050, was characterized by a marked expansion, which in the case of Sweden was mainly directed eastward. Many Viking expeditions set off from Sweden with the mixed purpose of plunder and trade along the coasts of the Baltic Sea and the rivers which stretched deep into present-day Russia, where Swedish Vikings established trading stations and short-lived principalities, like that of Rurik at Novgorod. The Vikings active in the east traveled as far as the Black and Caspian Seas, where they developed trading links with the Byzantine Empire and the Arab dominions. At the same time, Christianity first reached Sweden with the mission of Ansgar, who visited the country from the Carolingian Empire in the ninth century. However, it was not until the eleventh century that Sweden was Christianized. Even then the old pagan Nordic religion survived until far into the twelfth century, and Sweden did not obtain an archbishop of its own until 1164. Sweden’s expansion in the east continued during the twelfth and thirteenth centuries through the incorporation of Finland into the Swedish kingdom after several crusades.

The Founding of the Kingdom

The various provinces of Sweden, which had previously been independent entities, were absorbed around 1000 into a single unit whose center of gravity lay partly in Västergötland and Östergötland and partly in the provinces around Lake Mälaren, especially Uppland. From the middle of the twelfth century onward there was an intensive struggle for temporal power in this kingdom between the Sverker and Erik families, which held the crown alternately between 1160 and 1250. However, during this period the main administrative units were still the provinces, each of which had its own assembly (ting), lawmen and laws. It was first during the latter part of the thirteenth century that the crown gained a greater measure of influence and was able, with the introduction of royal castles and provincial administration, to assert the authority of the central government and to impose laws and ordinances valid for the whole kingdom. In 1280 King Magnus Ladulås (1275–90) issued a statute which involved the establishment of a temporal nobility and the organization of society on the feudal model. A council containing representatives of the aristocracy and the church was set up to advise the king. In 1350, during the reign of Magnus Eriksson (1319–64), the various provincial law codes were superseded by a law code that was valid for the whole country.

The Hansa Period

Trade increased during the fourteenth century, especially with the German towns that were grouped under the leadership of Lübeck in the Hanseatic League. For the following 200 years, until the middle of the sixteenth century, the Hansa dominated Sweden’s trade, and a large number of towns were founded in Sweden as a consequence of the lively commercial activity connected with the Hansa. Agriculture was and remained the basis for economic life and it too developed during these years through the introduction of the three-field system and improved tools. However, the Black Death, which reached Sweden in 1350, led to a long period of economic decline marked by a smaller population and many abandoned farms. The crisis did not really end until the late fifteenth century, at the same time as the production of iron in central Sweden began to play an increasingly important role in the country’s economy.

The Nordic area around 1450

 

 

 

 

 

 

 

http://www.sverigeturism.se/smorgasbord/smorgasbord/service/sweden-map.html

http://www.swedenabroad.com/News____4847.aspx?slaveid=80290

Sep 30 2008

2008 Nobel Prizes

jjjThe following dates have been set for the announcement of the 2008 Nobel Prizes and the Sveriges Riksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel:

Monday October 6 The Nobel Prize in Physiology or Medicine
Tuesday October 7 The Nobel Prize in Physics
Wednesday October 8  The Nobel Prize in Chemistry
Friday October 10 The Nobel Peace Prize
Monday October 13 The Sveriges Riksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel

According to tradition the Swedish Adacemy will set the date for its announcement of the Nobel Prize in Literature later.

Read more

More News

BackBack var printUrl; printUrl = '/News____4847.aspx?id=4847&slaveid=80290&print=true'; if(window.print) { document.write('PrintPrint version'); } else { document.write('PrintPrint version'); } PrintPrint version PrintPrint version
3 Crowns

 

ศาลาไทย ที่ สวีเดน
  อย่างไรก็ดี ศาลาเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างง่ายๆหรือเอาแค่สวยอย่างที่ทุกคนเห้น เนื่องจากแต่ละประเทสจะมีกฎหมายที่ต่างๆกันออกไป อย่างสวีเดนกำหนดให้อาคารต้องมีส่วนปิด ทำให้ศาลาไทยที่สวีเดนมีผนัง อีกทั้งต่างประเทศกับไทยเรานั้นมีภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ศาลาไทยจากบ้านเราจึงต้องเสริมพิเศษเพื่อรับปัญหาใหม่ๆเช่น หิมะศาลาไทยที่ไปยังประเทศที่มีหิมะจึงต้องเสริมโครงสร้างเป็นพิเศษเพื่อให้รับน้ำหนักหิมะบนหลังคาได้ และจะไม่ใช่ไม้ในการทำส่วนประกอบทั้งตกแต่งและโครงสร้าง เพราะไม้เมืองร้อนแบบบ้านเราจะมีรูพรุนสูง อาจมีปัญหาหากน้ำไปขังในเนื้อไม้ เมื่อกลายเป้นน้ำแข็งน้ำที่ขังในเนื้อไม้จะทำให้ไม้แตกได้ ส่วนประดับที่เห็นจึงเป็นไฟเบอร์กลาส หรือไม่เช่นนั้นก็จะเป็นไม้ของประเทศนั้นๆไปเลย

http://www.siamwoodcarving.com/general/thai_resthouse.html

http://www.regeringen.se/sb/d/1475

Toppmötesförberedelser och Georgien på dagordningen när EU:s utrikesministrar möttes

Rådet för allmänna frågor och yttre förbindelser sammanträdde i Luxemburg den 13 oktober. Förberedelser inför Europeiska rådets toppmöte och läget i Georgien stod högt på dagordningen. Utrikesminister Carl Bildt och EU-minister Cecilia Malmström representerade Sverige.

 

 

mooseประเทศสวีเดน (ราชอาณาจักสวีเดน ในภาษาสวีเดนชื่อว่า Sverige)  เป็นประเทศที่อยู่ทางเหนือของยุโรปในกลุ่มที่มีชื่อว่า สแกนดีเนเวีย สวีเดนมีประชากรประมาณ 9 ล้านคน และมีเมืองหลวงที่ชื่อว่า สตอกโฮล์ม ซึ่งมีประชากร 1.7 ล้านคน ประเทศสวีเดนถือเป็นประเทศเมืิองหนาวอย่างแท้จริง ขนาดของประเทศนี้มีขนาดเล็กกว่าไทยเล็กน้อย โดยที่มีครบทั้ง 4 ฤดู ในฤดูหนาวอุณหภูมิอาจหนาวถึง -50 องศาเซลเซียสได้ในบางส่วนของประเทศ โดยเฉพาะตอนเหนือ ในขณะที่หน้าร้อน มีไม่บ่อยครั้งและไม่นานนักที่อุณหภูมิจะสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ประเทศสวีเดนมีกษัตย์ที่ชื่อว่า กุสตาฟ อดอล์ฟ ที่ 16 ซึ่งเป็นผู้มอบรางวัลโนเบลสาขาต่าง ๆ มาตั้งแต่ได้มาเป็นประมุขเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน ประเทศสวีเดนเป็นประเทศที่ถือว่ารวย เพราะมีรายได้ประชากรต่อหัวสูง (แบบ PPP) ในระดับ 20 ประเทศแรกของโลก (28,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อคนต่อปี สำหรับประเทศไทยก็ประมาณ 8,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ต่อคน ต่อปี ดังนั้นเรียกได้ว่าคนสวีเดนโดยเฉลี่ยรวยกว่าคนไทยประมาณ 4 เท่า .. ข้อมูลปี 2547-2548)

 คนสวีเดนนั้นคือเผ่าพันธุ์ไวกิ้งเดิม ซึ่งเป็นนักเดินทางที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าพวกเขาได้ล่องเรือไปถึงทวีปอเมริืกาเหนือเพียงแต่ไม่ได้ตั้งรกรากเท่านั้นซึ่งเป็น เวลาก่อนที่โคลัมบัสจะไปถึงที่นั่นอยู่นานมาก รูปร่างของชาวสวีเดนนั้นคือสูงโปร่ง ผมทอง และตาสีน้ำเงิน แต่ปัจจุบันนี้มีผู้อพยพมาที่นี่อยู่มาก (ประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด) มีเชื้อสายอื่น ๆ ที่มีอยู่มากได้แก่ ตุรกี อิรัก อิหร่าน ยุโรปตะวันออกเช่น ยูโกสลาเวีย จากเิอเชียก็ได้เวียดนามอพยพช่วงสงครามเวียดนาม อาฟริกาเช่น โซมาเลีย โดยผู้อพยพเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาระมาก ๆ แก่รัฐบาลของสวีเดน การเหยียดสีผิวที่สวีเดนมีอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกัับเป็นปัญหาสังคมที่รุนแรง ประเทศสวีเดนถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไม่น้อย เช่น เม้าส์สำหรับคอมพิวเตอร์ เครื่องกระตุ้นหัวใจ ระบบไฟฟ้าสามเฟส กล่องใส่นม (ที่มีส่วนประกอบของดีบุก) ระเบิดไดนาไมต์ (โดยอัลเฟรด โนเบล) ฯลฯ ในปัจจุบันนี้สวีเดนก็ยังเป็นผู้นำในด้านการสื่อสาร และก็เป็นประเทศที่มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อหัวมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และการวิจัยทางการแพทย์ก็มีการลงทุนอยู่มาก ส่วนด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ก้มรการผลิตนักฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง 

ที่กรุงสตอกโฮล์มในทุก ๆ ปี ของต้นเดือนธันวาคม จะมีการมอบรางวัลโนเบลในสาขาต่าง ๆ เช่นฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ เป็นต้น โดยการกษัตย์ กุสตาฟ อดอล์ฟ ที่ 16 จะเป็นผู้มอบ  และรางวัลแต่ละรางวัลจะมีีมูลค่า 10 ล้านโครนสวีเดน (ประมาณ 50 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่มีการมอบรางวัลโนเบลสาขาต่าง ๆ มากว่า 100 ปี ยังไม่เคยมีชาวไทยได้รับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว๊ปไซต์อย่าง เป็นทางการที่ http://www.nobel.se/

2
กษัตย์กุสตาฟ อดอล์ฟ ที่ 16 แห่งราชอาณาจักสวีเดนทำพิธีมอบรางวัลโนเบล

ชาวสวีเดนชอบเดินทางและท่องเที่ยวนอกประเทศ โดยเฉพาะเวลาฤดูหนาวมาเยือน ประเทศไทยถือว่า เป็นเป้าหมายเดินทางของชาวสวีเดน โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวชายทะเล อย่างเช่น ภูเก็ต เกาะสมุย ฯลฯ หรือแม้แต่เชียงใหม่ การเดินทางจากสวีเดนไปเมืองไทยใช้เวลาบินประมาณ 11-12 ชั่วโมงถ้าบินตรงไม่แวะจอด และทุกวันนี้สวีเดนเป็นสมาชิกของประชาคมยุโรปหรืออียู และกลุ่มเชงเก้น ดังนั้นคนสวีเดนสามารถเดินไปในกลุ่มนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้พาสปอร์ต ประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้แก้ เยอรมัน ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เดนมาร์ก นอรเวย์ ฯลฯ สำหรับอังกฤษนั้นไม่เป็นสมาชิกกลุ่มเชงเก้น

1สำหรับกีฬาและสันทนาการ ฟุตบอล เทนนิส ฮอกกี้น้ำแข็ง ปิงปอง สกีและกีฬาฤดูหนาวถือเป็นกีฬายอดนิยม และสวีเดนก็มีผลงานการแข่งขันในระดับนานาชาติที่ดีด้วย โดยที่ฟุตบอลเคยได้อันดับที่ 2 และ 3 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก  เทนนิสก็เป็นที่นิยมอย่างมากแต่ปัจจุบันนักเทนนิส สวีเดนไม่ได้ทำผลงานการแข่งขันระดับนานาชาติได้ดีนัีก ภราดร ศรีชาพันธ์ ได้เคยมาคว้าแชมป์การแข่งขันที่สตอกโฮล์มเื่มื่อเดือน ตุลาคม ปี 2545 และสามารถคว้าแชมป์ไปไึด้ และก็ได้รับการชื่นชมจากแฟนเทนนิสชาวสวีเดนอย่างมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ภราดรไม่สามารถรักษาแชมป์ได้ในปีถัดไป 

สีประจำชาติของสวีเดนคือสีเหลือง - น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของธงชาติด้วย (ในรูป) ภาษาของสวีเดนเป็นภาษาในกล่มภาษาเยอรมัน (Germanic type) ดังนั้นจ8ึง คำศัพท์ฺที่คล้ายคลึงกัีบภาษาเยอรมัน และภาษาในกลุมสแกนดิเนเวียก็มีความคล้ายคลึงกัน คนสวีเดนสามารถพูดภาษาสวีเดนกับ
คนนอรเวย์ โดยที่คนนอร์เวย์ก็สามารถตอบมาเป็นภาษาของเขาเอง และทั้ง 2 ฝ่ายเข้าใจกันเป็นอย่างดี เหมือนกับที่คนไทยและคนลาวสื่อสารกันโดยใช้ภาษาของตนเอง ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่ 2 ของชนชาตินี้ เนื่องจากว่ามีการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ต้งแต่อายุยังน้อย และรายการต่าง ๆ ทางโทรทัศน์ก็ไม่มีการพากย์ทับเสียง และการที่คนที่นี่ชอบเดินทางไปต่างประเทศจึงทำให้เขาสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดี นอกจากนี้คนสวีเดนก็ชอบที่จะเรียนรู้ภาษาอื่น ๆ ด้วย จึงเป็นเรื่องปกติที่คนสวีเดนสามารถพูดได้ 3 ภาษาหรือมากกว่านั้น 

7 
อาคารศาลาประจำกรุงสตอกโฮล์มที่ใช้เป็นที่มอบรางวัลโนเบล 

เรื่องที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับประเทศไทยและสวีเดนก็คือ Miss Thailand ของปี 2546 เป็นชาวสวีเดน เธอชื่อ เจนจิรา ปลอดประสพน์ มีสัญชาติสวีเดนโดยกำเนิดด้วยบิดาที่เป็นคนสวีเดนและมารดาที่เป็นคนไทย และปัจจุบันมี 2 สัญชาติ และนอกจากนี้เธอก็เป็นตัวแทนทีมชาติไทยแข่งธนูระดับนานาชาติด้วย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่มีนักร้องลูกทุ่งไทยที่เป็นชาวสวีเดนแท้ ๆ ชื่อว่า โจนัส แอนเดอร์สัน (Jonas Andersson) โดยที่ทุกวันนี้เขาทำการแสดงร่วมกับนักร้องหญิงชาวฮอลแลนด์ที่ชื่อ คริสตี้ สามารถดูรายละะเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jonas-christy.com/  ซึ่งทั้ง 2 คนถือว่าเป็นตัวแทนที่ดีของทั้ง 2 ประเทศเพราะสามารถแสดงถึงความเป็นสวีเดนและไทยได้ดี คนไทยโดยส่วนใหญ่ไม่สามารถร้องเพลงลูกทุ่งได้ จึงเป็นเรื่องทีน่ายินดีที่มีคนสวีเดนมาทำตรงนี้ และทำได้ดีด้วย 

9รูปนายกรัฐมนตรีของสวีเดน ( เยอรัน แพสสัน) ถ่ายร่วมกับ โยนัส แอนเดอร์สัน และเจนจิรา ปลอดประสพน์ตอนที่นายกสวีเดนไปเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี  เมื่อต้นปี 2547 โดยได้พบกับนากยกของไทยคือทักษิณ ชินวัตร   การค้่าระหว่างกันทั้ง 2 ประเทศก็เป็นไปด้วยดีเสมอมา แต่สวีเดนจะเป็นฝ่ายได้ดุลทางการค้ามากกว่าไทย ซึ่งน่าจะเป็นเป็นเพราะว่าไทยต้องนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่าที่สวีเดนนำเข้าสินค้าจาก ไทยซึ่งเป็นสินค้าประเภทอาหาร สิ่งทอเป็นส่วนใหญ่ และการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะในแต่ละปีจะมีชาวสวีเดนประมาณ 220,000 คนเดินทางไปเที่ยวเมืิิิองไทย สวีเดนจึงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของไทยอย่างยิ่ง ถ้าจะกล่าวว่าทุก 1 ใน 10 ของคนสวีเดนได้เคยไปท่องเที่ยวเมืองไทยมาแล้ว บางคนก็ไปหลายครั้ง  นอกจากนี้ปัจจับก็มีคนสวีเดนที่ไปซื้อบ้านอยู่ที่เมืองไทยเพราะทางการไทยได้อนุญาติให้ชาวต่างชาติที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปและมีฐานะทางการเงินที่ดูแลตัวเองไทยอยู่ในเมืองไทยได้ในระยะยาว ก็มีโครงการบ้านและที่อยู่อาศัยที่เปิดขายให้กับชาวสวีเดนและชาวสแกนดิเนเวียชาติอื่นด้วย อย่างเช่้นโครงการ Scandinavian Village ซึ่งดูได้ที่ http://www.scandinavianvillage.com/  

ประเทศสวีเดนประกอบไปด้วยป่าไม้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศ และก็มีทะเลสาบเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นคนสวีเดนที่มีฐานะดีจะมีบ้านอย่างน้อยก็ 2 หลังคือบ้านในเมืองที่ ต้องอยู่เพื่อทำงาน และบ้านสำหรับพักผ่อนหน้าร้อน (Summer house) โดยที่เมื่อถึงหน้าร้อนพวกเขาก็จะไปอยู่ที่บ้านพักหน้าร้อนตลอด 2-3 เดือน และก็ชอบที่จะล่องเรือไปตามทะเลสาบและแม่น้ำต่าง ๆ 

4 5
สวีเดนในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเริ่มในต้นเดือนเมษายน (รูปนี้ถ่ายที่เมือง Katrineholm)

ดังเดิมชาวสวีเดนส่วนใหญ่มีเชื้อสายไวกิ้งซึ่งเป็นชนเผ่าโบราณแห่งยุโรปตอนเหนือที่เรียกว่าสแกนดิเนเวีย (Scandinavia )  แต่ในปัจจุบันในประเืทศสวีเดนมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากจึงถือได้ว่าปัจจบันนี้สวีเดนเป็นประเทศที่มีสังคม พหุวัฒนธรรม (multicultural society) และมีความเป็นนานาชาติในหลายแง่มุม คนสวีเดนยุดปัจจุบันสามารถพูดได้ 2 ภาษาขึ้นไป ภาษาอังกฤษเป็นภาษารองจากภาษาสวีดิช ร้อยละ 99% การติดต่องานในประเทศสวีเดนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้  พูดถึงด้านวัฒนธรรมแล้วประเทศสวีเดนเป็นศูนย์กลางในการผลิตดนตรีสากล (โดยที่โลกภายนอกอาจไม่ได้รับรู้) เพลงสากลหลายของนักร้องสากลหลาย ๆ คนทำขึ้นที่สวีเดน สำหรับนักร้องจากเมืองไทยก็ได้แก่ ทาทา ยัง ซึ่งมาทำอัลบั้มที่ประเทศสวีเดนก่อนที่จะออกอัีลบั้มสากล 

ในรอบปี 2546  มีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศสวีเดนที่ทำให้สังคมตื่นตัวพอสมควร กล่าวคือในเดือนกันยายน 2546 รัฐมนตรีต่างประเทศที่ชื่อว่า อันนา ลินด์ของสวีเดนถูกลอบสังหารในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม โดยชายหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ภายใต้การคุมขัง คดีนี้ยังไม่จบสิ้่นเพราะทางทนายความของฆาตกรต้องการให้มีการตรวจสภาพจิตของเขาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวสวีเดนตึกอยู่ในความกลัวอยู่เป็นเวลาพักหนึ่งเพราะโดยปกตินักการเมืองสวีเดนไม่ต้องใช้บริการ ผู้รักษาความปลอดภัยประจำตัว แต่ตอนนี้นัีกการเมืองหลาย ๆ คนก็มีผู้รักษาความปลอดภัยประจำตัวแล้ว นอกจากนี้ก็เป็นคดีที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่บาทหลวงที่มีความเชื่ออย่างผิด ๆ มอมเมาประชาชนและสุดท้ายก็ก่อคดีฆาตกรรม ขณะนี้บาทหลวงคนนี้ได้รับโทษติดคุกตลอดชีวิตไปแล้ว (ประเทศสวีเดนไม่มีโทษประหารชีวิต)

3  รูปข้างบนคือสวนสาธารณะซึ่งเป็นที่ที่คนสวีเดนให้ความสำคัญมาก 
(รูปนี้ถ่ายที่เมืองลุนด์ (Lund) ทางตอนใต้ของสวีเดน)

คนสวีเดนให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมากพอสมควร ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นชาติที่ร่ำรวยแ้ล้วต้องการเอาเงิืนไปซื้อบ้าน สร้างบ้าน ตกแต่งบ้านให้สวยงาม แต่เป็นเพราะสภาพอากาศของประเทศสวีเดนราว 6-7 เดือนต่อปีเป็นสภาพอากาศที่หนาวและมีความมืด (เนื่องจากอยู่ขึ้นมาทางเหนือ ปริมาณแสงแดดจะน้อยลงในฤดูหนาว) ธุรกิจการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัยและการตกแต่งบ้านเป็นธุรกิจที่ใหญ่พอสมควรสำหรับประเทศนี้

6มีบริษัทที่รับก่อสร้างที่เป็นบริษัทข้ามชาติและทำการก่อสร้างไปทั่วโลก ซึ่งเคยได้ทำการก่อสร้างในเมืองไทยด้วย ตัีวอย่างเช่น บริษัท Skanska (http://www.skanska.com) ส่วนบริษัทที่ขายสินค้าแต่งบ้านที่ใหญ่ระดัีบโลกได้แก่ Ikea (http://www.ikea.com) ซึ่งเจ้าของบริษัทนี้ก็เป็นคนที่รวยอันดับ 1 ใน 15 ของโลกมาหลายปีแล้ว  นอกจากนี้กิจการของสวีเดนที่มีชื่อติดอันดับโลก ได้แก่ การผลิตลูกโม่ SKF บริษัทผลิตรถยนต์ Volvo, SAAB และการผลิตกล่องให่อาหาร เครื่องดื่ม TetraPak เป็นต้น 

ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศไทยและอีกหลาย ประเทศรอบ ๆ มหาสมุทรอันดามัน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับประเทศสวีเดนและอีกหลาย ๆ ประเทศมาก เพราะนักท่องเทียวจากสวีเดนจำนวนมากนิยมเดินทางไปชายทะเล โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต และเขาหลัีกจังหวัดพังงา นับถึงวันนี้ความสูญเสียก็ยังมิสามารถประเมินค่าได้อย่างถูกต้อง เป็นที่ประมา๊ณการว่ามีชาวสวีเดนเสียชีวิตไปกว่า 500 คนจากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 8000 คนในประเทศไทย มนุษย์ผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีประมาณ 300,000 คน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย


 

ปรับปรุงล่าสุด 24 May 2005 00:19:56

http://www.physto.se/~narit/thai/sweden.html