http://magnets.cafepress.com/item/viking-life-magnet/27266521
http://www.eikongraphia.com/?p=2102 |
เลขที่โครงการชื่อโครงการ โครงการแลกเปลี่ยนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ (ไทย- สวีเดน)
กระทรวงมหาดไทย กำหนดให้การเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงมหาดไทย กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กำหนดภารกิจในการส่งเสริมการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างระบบบริหารจัดการชุมชน โดยมีประเด็นยุทธศาสตร์ประการหนึ่งจะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนพึ่งตนเองได้ ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุข คือ การเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำชุมชน
มีคุณธรรมและจริยธรรม มีประสบการณ์การทำงาน และสามารถก้าวขึ้นสู่ผู้นำชุมชนต่อไป
ชุมชน โดยประสานการทำงานร่วมกับกลุ่ม องค์กร และเครือข่ายศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.)
และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ของประเทศสวีเดน สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาตนเอง ชุมชน ประเทศชาติ ได้อย่างเหมาะสม
เคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำชุมชน ต่อไป
เยาวชนนานาชาติแห่งประเทศสวีเดน (Centre for International Youth Exchange : CIU) เพื่อหาแนวทางและความเป็นไปได้ในการจัดทำโครงการ
เยาวชนนานาชาติแห่งประเทศสวีเดน (Centre for International Youth Exchange : CIU) เพื่อหาข้อสรุปในการจัดทำโครงการ
4 คน ส่งให้ศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขต ( ศพช.เขต) เพื่อดำเนินการคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ระดับเขต ให้เหลือเขต ละ 9 คน และส่งให้กรมฯ ดำเนินการคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย ต่อไป
เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าร่วมโครงการฯ
5.4 กรมการพัฒนาชุมชน คัดเลือกและดำเนินการปฐมนิเทศพี่เลี้ยงกลุ่มโครงการก่อนเข้าร่วมโครงการฯ
เข้าร่วมโครงการฯ ไปถ่ายทอดและสรุปบทเรียนร่วมกับเครือข่าย ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ ในจังหวัดภูมิลำเนา เป็นการสรุปองค์ความรู้ เพื่อประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนการทำงานของเครือข่าย โดยประสานงานกับศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) ต่อไป
6.3 การคัดเลือกผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ไทย ระดับเขต และระดับกรม
ภาคประเทศไทย 6.11 การตรวจเยี่ยมโครงการฯ ภาคประเทศไทย
ประจำปี 2552 ผลผลิตที่ 1 : ชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ กิจกรรมหลักที่ 2 : พัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ตัวชี้วัดที่ 8 : กิจกรรมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ (ตามเอกสารแนบท้าย)
และค่าบัตรโดยสารเดินทางระหว่างประเทศของผู้เข้าร่วมโครงการไทยทุกคน และ ใช้จ่ายอื่นๆ
ค่าที่พัก และค่าบัตรโดยสารเดินทางระหว่างประเทศของผู้เข้าร่วมโครงการไทยทุกคน และ ใช้จ่ายอื่นๆ
พฤศจิกายน 2551 - กรกฎาคม 2552 (รายละเอียดตามปฏิทินการดำเนินโครงการฯ แนบท้าย)
กรมการพัฒนาชุมชน
ได้ผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ จำนวน 24 คน ที่มีความรู้ มีทักษะ มีมุมมองกระบวนทัศน์ใหม่
1) ชุมชนพื้นที่โครงการฯ ในภาคประเทศไทย ได้รับการกระตุ้น และเกิดแรงบันดาลใจ ที่ทำให้คนในชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อชุมชนสูงมากขึ้น รวมทั้ง เกิดความรักความผูกพันต่อชุมชน และจังหวัดมากขึ้น
ตนเองเพื่อนำไปสู่การเป็นผู้นำชุมชนได้ ผู้เสนอโครงการ
(นายปรีชา บุตรศรี) ผู้เห็นชอบโครงการ
(นายสุพล ฟองงาม ) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้อนุมัติโครงการ
พล. ต. อ. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
|
|
โครงการแลกเปลี่ยนผู้นำชุมชนรุ่นใหม่ (ไทย- สวีเดน)
OH MY GOD ..I LOSS FROM TOP THREE ALTHOUGH MY ACCUMULATIVE ENGLISH SCORE TEST ON TOP TWO!!! MAYBE I BE TOURIST OR OTHER STATUS BETTER!!FOR SCANDENEVIEN..
HOPE TO BE FLYING TO TOUCH MY MOOSE...NOT THIS TIME..BUT STILL BE ADVANTAGE IN LONG LIFE!!! sugarcane in bad smell day... |
http://www.waymarking.com/waymarks/WM41Y9
|
|
www.sweden.se/templates/cs/FactSheet____16296.aspx
The history of Sweden Fourteen thousand years ago the whole of the present country of Sweden was covered by a thick ice cap. As the ice slowly retreated, man came to Sweden and the first known human dwelling place, which has been found in southern Sweden, dates from around 12000 BC.
It is clear that from the period 8000 to 6000 BC the country as a whole began to be populated by peoples who lived by hunting and fishing and who used simple stone tools. Dwelling places and graves dating from the Stone Age, which is generally regarded as lasting until about 1800 BC, are being found in increasing numbers. Stone tools became more sophisticated during that period, which was succeeded in the Nordic region by the Bronze Age from 1800 to 500 BC. This period gets its name from the bronze weapons and religious objects that characterize the archaeological discoveries dating from these centuries, even though stone tools continued to dominate everyday life. The Bronze Age is marked in the Nordic region, especially in Denmark but also in Sweden, by a high level of culture, as is shown, for example, by the artifacts found in graves. After about 500 BC such artifacts become more rare as iron began to be more generally used. During the Early Iron Age (500 BC–400 AD), the period of the great migrations (400–550) and the Vendel period (550–800) – so named because of the magnificent boat graves foundat Vendel in the province of Uppland –the population of Sweden became a settle done and agriculture came to form the basis for the economy and for society. The Viking Age and Early ChristianityThe Viking Age, 800–1050, was characterized by a marked expansion, which in the case of Sweden was mainly directed eastward. Many Viking expeditions set off from Sweden with the mixed purpose of plunder and trade along the coasts of the Baltic Sea and the rivers which stretched deep into present-day Russia, where Swedish Vikings established trading stations and short-lived principalities, like that of Rurik at Novgorod. The Vikings active in the east traveled as far as the Black and Caspian Seas, where they developed trading links with the Byzantine Empire and the Arab dominions. At the same time, Christianity first reached Sweden with the mission of Ansgar, who visited the country from the Carolingian Empire in the ninth century. However, it was not until the eleventh century that Sweden was Christianized. Even then the old pagan Nordic religion survived until far into the twelfth century, and Sweden did not obtain an archbishop of its own until 1164. Sweden’s expansion in the east continued during the twelfth and thirteenth centuries through the incorporation of Finland into the Swedish kingdom after several crusades. The Founding of the KingdomThe various provinces of Sweden, which had previously been independent entities, were absorbed around 1000 into a single unit whose center of gravity lay partly in Västergötland and Östergötland and partly in the provinces around Lake Mälaren, especially Uppland. From the middle of the twelfth century onward there was an intensive struggle for temporal power in this kingdom between the Sverker and Erik families, which held the crown alternately between 1160 and 1250. However, during this period the main administrative units were still the provinces, each of which had its own assembly (ting), lawmen and laws. It was first during the latter part of the thirteenth century that the crown gained a greater measure of influence and was able, with the introduction of royal castles and provincial administration, to assert the authority of the central government and to impose laws and ordinances valid for the whole kingdom. In 1280 King Magnus Ladulås (1275–90) issued a statute which involved the establishment of a temporal nobility and the organization of society on the feudal model. A council containing representatives of the aristocracy and the church was set up to advise the king. In 1350, during the reign of Magnus Eriksson (1319–64), the various provincial law codes were superseded by a law code that was valid for the whole country. The Hansa PeriodTrade increased during the fourteenth century, especially with the German towns that were grouped under the leadership of Lübeck in the Hanseatic League. For the following 200 years, until the middle of the sixteenth century, the Hansa dominated Sweden’s trade, and a large number of towns were founded in Sweden as a consequence of the lively commercial activity connected with the Hansa. Agriculture was and remained the basis for economic life and it too developed during these years through the introduction of the three-field system and improved tools. However, the Black Death, which reached Sweden in 1350, led to a long period of economic decline marked by a smaller population and many abandoned farms. The crisis did not really end until the late fifteenth century, at the same time as the production of iron in central Sweden began to play an increasingly important role in the country’s economy.
|
|
http://www.sverigeturism.se/smorgasbord/smorgasbord/service/sweden-map.html
More News
Print version'); } else { document.write(' Print version'); } Print version
ศาลาไทย ที่ สวีเดน http://www.siamwoodcarving.com/general/thai_resthouse.html
Toppmötesförberedelser och Georgien på dagordningen när EU:s utrikesministrar möttesRådet för allmänna frågor och yttre förbindelser sammanträdde i Luxemburg den 13 oktober. Förberedelser inför Europeiska rådets toppmöte och läget i Georgien stod högt på dagordningen. Utrikesminister Carl Bildt och EU-minister Cecilia Malmström representerade Sverige.
คนสวีเดนนั้นคือเผ่าพันธุ์ไวกิ้งเดิม ซึ่งเป็นนักเดินทางที่ยิ่งใหญ่ เพราะว่าพวกเขาได้ล่องเรือไปถึงทวีปอเมริืกาเหนือเพียงแต่ไม่ได้ตั้งรกรากเท่านั้นซึ่งเป็น เวลาก่อนที่โคลัมบัสจะไปถึงที่นั่นอยู่นานมาก รูปร่างของชาวสวีเดนนั้นคือสูงโปร่ง ผมทอง และตาสีน้ำเงิน แต่ปัจจุบันนี้มีผู้อพยพมาที่นี่อยู่มาก (ประมาณ 20% ของประชากรทั้งหมด) มีเชื้อสายอื่น ๆ ที่มีอยู่มากได้แก่ ตุรกี อิรัก อิหร่าน ยุโรปตะวันออกเช่น ยูโกสลาเวีย จากเิอเชียก็ได้เวียดนามอพยพช่วงสงครามเวียดนาม อาฟริกาเช่น โซมาเลีย โดยผู้อพยพเหล่านี้จะได้รับสิทธิ์สวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเป็นภาระมาก ๆ แก่รัฐบาลของสวีเดน การเหยียดสีผิวที่สวีเดนมีอยู่บ้างแต่ไม่ถึงกัับเป็นปัญหาสังคมที่รุนแรง ประเทศสวีเดนถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไม่น้อย เช่น เม้าส์สำหรับคอมพิวเตอร์ เครื่องกระตุ้นหัวใจ ระบบไฟฟ้าสามเฟส กล่องใส่นม (ที่มีส่วนประกอบของดีบุก) ระเบิดไดนาไมต์ (โดยอัลเฟรด โนเบล) ฯลฯ ในปัจจุบันนี้สวีเดนก็ยังเป็นผู้นำในด้านการสื่อสาร และก็เป็นประเทศที่มีอัตราการใช้อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อหัวมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และการวิจัยทางการแพทย์ก็มีการลงทุนอยู่มาก ส่วนด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ ก้มรการผลิตนักฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง ที่กรุงสตอกโฮล์มในทุก ๆ ปี ของต้นเดือนธันวาคม จะมีการมอบรางวัลโนเบลในสาขาต่าง ๆ เช่นฟิสิกส์ เคมี การแพทย์ เป็นต้น โดยการกษัตย์ กุสตาฟ อดอล์ฟ ที่ 16 จะเป็นผู้มอบ และรางวัลแต่ละรางวัลจะมีีมูลค่า 10 ล้านโครนสวีเดน (ประมาณ 50 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่มีการมอบรางวัลโนเบลสาขาต่าง ๆ มากว่า 100 ปี ยังไม่เคยมีชาวไทยได้รับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว๊ปไซต์อย่าง เป็นทางการที่ http://www.nobel.se/
ชาวสวีเดนชอบเดินทางและท่องเที่ยวนอกประเทศ โดยเฉพาะเวลาฤดูหนาวมาเยือน ประเทศไทยถือว่า เป็นเป้าหมายเดินทางของชาวสวีเดน โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวชายทะเล อย่างเช่น ภูเก็ต เกาะสมุย ฯลฯ หรือแม้แต่เชียงใหม่ การเดินทางจากสวีเดนไปเมืองไทยใช้เวลาบินประมาณ 11-12 ชั่วโมงถ้าบินตรงไม่แวะจอด และทุกวันนี้สวีเดนเป็นสมาชิกของประชาคมยุโรปหรืออียู และกลุ่มเชงเก้น ดังนั้นคนสวีเดนสามารถเดินไปในกลุ่มนี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้พาสปอร์ต ประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้แก้ เยอรมัน ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เดนมาร์ก นอรเวย์ ฯลฯ สำหรับอังกฤษนั้นไม่เป็นสมาชิกกลุ่มเชงเก้น
สีประจำชาติของสวีเดนคือสีเหลือง - น้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของธงชาติด้วย (ในรูป) ภาษาของสวีเดนเป็นภาษาในกล่มภาษาเยอรมัน (Germanic type) ดังนั้นจ
เรื่องที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับประเทศไทยและสวีเดนก็คือ Miss Thailand ของปี 2546 เป็นชาวสวีเดน เธอชื่อ เจนจิรา ปลอดประสพน์ มีสัญชาติสวีเดนโดยกำเนิดด้วยบิดาที่เป็นคนสวีเดนและมารดาที่เป็นคนไทย และปัจจุบันมี 2 สัญชาติ และนอกจากนี้เธอก็เป็นตัวแทนทีมชาติไทยแข่งธนูระดับนานาชาติด้วย ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่มีนักร้องลูกทุ่งไทยที่เป็นชาวสวีเดนแท้ ๆ ชื่อว่า โจนัส แอนเดอร์สัน (Jonas Andersson) โดยที่ทุกวันนี้เขาทำการแสดงร่วมกับนักร้องหญิงชาวฮอลแลนด์ที่ชื่อ คริสตี้ สามารถดูรายละะเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.jonas-christy.com/ ซึ่งทั้ง 2 คนถือว่าเป็นตัวแทนที่ดีของทั้ง 2 ประเทศเพราะสามารถแสดงถึงความเป็นสวีเดนและไทยได้ดี คนไทยโดยส่วนใหญ่ไม่สามารถร้องเพลงลูกทุ่งได้ จึงเป็นเรื่องทีน่ายินดีที่มีคนสวีเดนมาทำตรงนี้ และทำได้ดีด้วย
ประเทศสวีเดนประกอบไปด้วยป่าไม้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางตอนเหนือของประเทศ และก็มีทะเลสาบเป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นคนสวีเดนที่มีฐานะดีจะมีบ้านอย่างน้อยก็ 2 หลังคือบ้านในเมืองที่ ต้องอยู่เพื่อทำงาน และบ้านสำหรับพักผ่อนหน้าร้อน (Summer house) โดยที่เมื่อถึงหน้าร้อนพวกเขาก็จะไปอยู่ที่บ้านพักหน้าร้อนตลอด 2-3 เดือน และก็ชอบที่จะล่องเรือไปตามทะเลสาบและแม่น้ำต่าง ๆ
ดังเดิมชาวสวีเดนส่วนใหญ่มีเชื้อสายไวกิ้งซึ่งเป็นชนเผ่าโบราณแห่งยุโรปตอนเหนือที่เรียกว่าสแกนดิเนเวีย (Scandinavia ) แต่ในปัจจุบันในประเืทศสวีเดนมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากจึงถือได้ว่าปัจจบันนี้สวีเดนเป็นประเทศที่มีสังคม พหุวัฒนธรรม (multicultural society) และมีความเป็นนานาชาติในหลายแง่มุม คนสวีเดนยุดปัจจุบันสามารถพูดได้ 2 ภาษาขึ้นไป ภาษาอังกฤษเป็นภาษารองจากภาษาสวีดิช ร้อยละ 99% การติดต่องานในประเทศสวีเดนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ พูดถึงด้านวัฒนธรรมแล้วประเทศสวีเดนเป็นศูนย์กลางในการผลิตดนตรีสากล (โดยที่โลกภายนอกอาจไม่ได้รับรู้) เพลงสากลหลายของนักร้องสากลหลาย ๆ คนทำขึ้นที่สวีเดน สำหรับนักร้องจากเมืองไทยก็ได้แก่ ทาทา ยัง ซึ่งมาทำอัลบั้มที่ประเทศสวีเดนก่อนที่จะออกอัีลบั้มสากล ในรอบปี 2546 มีเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศสวีเดนที่ทำให้สังคมตื่นตัวพอสมควร กล่าวคือในเดือนกันยายน 2546 รัฐมนตรีต่างประเทศที่ชื่อว่า อันนา ลินด์ของสวีเดนถูกลอบสังหารในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงสตอกโฮล์ม โดยชายหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ภายใต้การคุมขัง คดีนี้ยังไม่จบสิ้่นเพราะทางทนายความของฆาตกรต้องการให้มีการตรวจสภาพจิตของเขาก่อน เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวสวีเดนตึกอยู่ในความกลัวอยู่เป็นเวลาพักหนึ่งเพราะโดยปกตินักการเมืองสวีเดนไม่ต้องใช้บริการ ผู้รักษาความปลอดภัยประจำตัว แต่ตอนนี้นัีกการเมืองหลาย ๆ คนก็มีผู้รักษาความปลอดภัยประจำตัวแล้ว นอกจากนี้ก็เป็นคดีที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่บาทหลวงที่มีความเชื่ออย่างผิด ๆ มอมเมาประชาชนและสุดท้ายก็ก่อคดีฆาตกรรม ขณะนี้บาทหลวงคนนี้ได้รับโทษติดคุกตลอดชีวิตไปแล้ว (ประเทศสวีเดนไม่มีโทษประหารชีวิต)
คนสวีเดนให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมากพอสมควร ไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นชาติที่ร่ำรวยแ้ล้วต้องการเอาเงิืนไปซื้อบ้าน สร้างบ้าน ตกแต่งบ้านให้สวยงาม แต่เป็นเพราะสภาพอากาศของประเทศสวีเดนราว 6-7 เดือนต่อปีเป็นสภาพอากาศที่หนาวและมีความมืด (เนื่องจากอยู่ขึ้นมาทางเหนือ ปริมาณแสงแดดจะน้อยลงในฤดูหนาว) ธุรกิจการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัยและการตกแต่งบ้านเป็นธุรกิจที่ใหญ่พอสมควรสำหรับประเทศนี้
ในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิถล่มชายทะเลฝั่งตะวันตกของประเทศไทยและอีกหลาย ประเทศรอบ ๆ มหาสมุทรอันดามัน เหตุการณ์ครั้งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับประเทศสวีเดนและอีกหลาย ๆ ประเทศมาก เพราะนักท่องเทียวจากสวีเดนจำนวนมากนิยมเดินทางไปชายทะเล โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต และเขาหลัีกจังหวัดพังงา นับถึงวันนี้ความสูญเสียก็ยังมิสามารถประเมินค่าได้อย่างถูกต้อง เป็นที่ประมา๊ณการว่ามีชาวสวีเดนเสียชีวิตไปกว่า 500 คนจากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดประมาณ 8000 คนในประเทศไทย มนุษย์ผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีประมาณ 300,000 คน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย
ปรับปรุงล่าสุด 24 May 2005 00:19:56 http://www.physto.se/~narit/thai/sweden.html
|